E-payment System ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรขององค์กรได้จริงหรือ ?
รูปแบบการชำระเงินให้ได้มาด้วยสินค้าในปัจจุบัน ได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบัน การชำระด้วยเงินสดและเช็คยังคงมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจ แต่ในปัจจุบัน รูปแบบการชำระเงินกำลังถูกทดแทนด้วย การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic payment) หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อเรียกสั้น ๆว่า e-payment
ซึ่งประโยชน์สำหรับภาคธุรกิจ ของการจ่ายชำระเงินด้วย e-payment มีดังนี้
E-payment ช่วยลดต้นทุนการจัดการของผู้ที่เกี่ยวข้อง
โดยปกติเช็คหรือเงินสดมีต้นทุนในการจัดการที่สูงมาก โดยเฉพาะเงินสด ถือว่ามีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด ตั้งแต่การเบิก การเก็บรักษา จนถึงการจ่ายชำระ และบันทึกรายการ รองลงมาก็เป็นการชำระด้วยเช็ค ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในปี 2549 พบว่า ภาคธุรกิจ มีต้นทุนในการใช้เช็คเฉลี่ย ต่อฉบับ สูงถึง 88.6 บ. ประกอบไปด้วยค่าใบเช็ค , ค่าเวลาและเงินเดือนของพนักงาน และผู้บริหารที่เป็นผู้ลงนามบนเช็ค ในขณะที่การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-payment ที่สามารถทดแทนเช็คได้นั้น มีต้นทุนเฉลี่ยต่อรายการเพียง 28.2 บ.หรือ ต่างกันถึง รายการละ 60 บ.
หากมองในภาพรวมของธุรกิจในประเทศ จากข้อมูลในหลายๆประเทศพบว่า e-payment ช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศโดยรวมได้ไม่น้อยกว่า 1% ของ GDP ต่อปี จึงไม่แปลกใจเลยที่ทำไมรัฐบาลในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้พยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการได้หันมาใช้การชำระแบบ e-payment เพื่อทดแทนเงินสดและเช็คมายิ่งขึ้น
E-payment ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสในการทำธุรกิจ
จากการที่เงินสดและเช็คเป็นธุรกรรมที่คู่ค้าต้องมาพบกัน (face to face transaction) จึงเป็นอุปสรรคสำหรับบางธุรกิจเช่น e-commerce ในขณที่ e-payment ช่วยให้คู่ค้าที่อยู่ห่างกันสามารถชำระเงินระหว่างกันได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสของการทำธุรกิจระหว่างประเทศได้อีกด้วย
E-payment ช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการจ่ายเงิน
เงินสดถือเป็นสื่อการชำระเงินที่ไม่สามารถบ่งบอกตัวตนของผู้ใช้ได้ จึงยากแก่การตรวจสอบและควบคุม รวมถึงการใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฏหมายต่างๆ เช่นการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังที่กล่าวมาแล้ว ระบบ e-payment จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่ช่วยลดปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นการได้ประโยชน์ทั้งต่อภาคธุรกิจและภาครัฐ
ในประเทศไทยมีการจัดทำ แผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน 2553 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐและธุรกิจที่ใช้บริการชำระเงิน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันให้มีการใช้ e-payments ในประเทศมากยิ่งขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจนั้น ควรมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการให้บริการต่าง ๆ ยิ่งกว่านั้น การหาข้อมูลจากหลายธนาคารเปรียบเทียบกัน ก็จะทำให้สามารถเลือกใช้บริการที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจได้มาก
บริษัท พลัสมาอินโฟร์เทค จำกัด ผู้นำในการวางระบบ ERP ในองค์กร โดยใช้ ระบบ ERP ที่มีชื่อเสียงของคนไทย คือ Formula ERP และ Forma ERP มองว่า สำหรับการนำ ระบบ e-payment มาใช้ในภาคธุรกิจนั้น ในทางปฏิบัติแล้ว ระบบ e-payment ที่ดี ควรจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ใช้งานในองค์กรอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดปัญหาการคีย์เอกสารซ้ำซ้อน
บริษัท พลัสมาฯ จึงมีการนำเสนอระบบ e-payment เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ใช้งานระบบ ERP เดิมหรือมีความต้องการจะวางระบบ ERP ใหม่ในองค์กร โดยระบบ e-payment นี้ สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Formula หรือ Forma ERP ได้อย่างสมบูรณ์
โดยระบบ e-payment นี้เป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมงานโปรแกรมเมอร์ของกลุ่มบริษัทคริสตอลซอฟแวร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Formula และ Forma ERP โดยตรง ทำให้ ระบบ e-payment นี้มีความยืดหยุ่น สามารถที่จะ Customize ตามรูปแบบไฟล์ของแต่ละธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ได้เกือบทุกธนาคาร และใช้เวลาในการพัฒนาและติดตั้งไม่นาน
ระบบ e-payment จึงเป็นอีก Solution หนึ่งที่ทางบริษัท พลัสมาฯ ได้ให้บริการ ควบคู่ไปกับการวางระบบ ERP ในองค์กร เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กรได้ในภาวะปัจจุบัน
(ขอขอบคุณ บทความอ้างอิง: คอลัมภ์แจงสี่เบี้ย โดย ณัฐวุฒิ อติรัตน์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 เมษายน 53)